เคยไหมเวลาทำงานหรือเปิดเว็บท่องโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกว่าคอมพิวเตอร์เริ่มหมุนค้าง พัดลมระบายความร้อนส่งเสียงดังสนั่น? ต้นเหตุยอดฮิตมักมาจากเบราว์เซอร์คู่ใจอย่าง Google Chrome ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการใช้ทรัพยากรเครื่องอย่างมหาศาล ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคอมพิวเตอร์สเปกเก่าเท่านั้น แม้แต่โน้ตบุ๊กสเปกแรงก็อาจสะดุดได้เมื่อเจอการประมวลผลอันหนักหน่วง บทความนี้จะพาทุกคนไปดูแนวทางแก้ไขปัญหา Google Chrome กินแรม เพื่อคืนความเร็วและลื่นไหลให้กับเครื่องของคุณอีกครั้ง
การเข้าใจสถาปัตยกรรมพื้นฐานของเบราว์เซอร์จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุด Chrome ใช้ระบบแยกโพรเซส (Process-per-tab) หมายความว่าทุกๆ แท็บ ส่วนขยาย หรือปลั๊กอินที่คุณเปิด จะแยกการทำงานออกจากกันโดยสิ้นเชิง ข้อดีคือหากแท็บใดแท็บหนึ่งแฮงก์ เบราว์เซอร์จะไม่ล่มไปทั้งหมด แต่ข้อเสียคือปัญหากินทรัพยากรเครื่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเปิดแท็บทิ้งไว้หลายสิบแท็บเปรียบเสมือนการเปิดโปรแกรมแยกกันหลายสิบโปรแกรมพร้อมกันในเวลาเดียว
ผู้พัฒนาได้ใส่ฟีเจอร์เด็ดอย่าง Memory Saver มาให้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นตัวช่วยชั้นดีในการแก้ปัญหา Google Chrome กินแรม โดยฟีเจอร์นี้จะทำการสลีป (Sleep) แท็บที่คุณไม่ได้เปิดดูเป็นเวลานาน เพื่อคืนพื้นที่ RAM ให้กับระบบ นำไปใช้กับแท็บที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ปัจจุบัน
ส่วนขยายคืออีกหนึ่งปัจจัยแฝงที่ทำให้เครื่องทำงานหนักเกินความจำเป็น ส่วนขยายหลายตัวแอบรันสคริปต์อยู่ตลอดเวลาแม้เราจะไม่ได้ใช้งาน ลองตรวจสอบผ่านระบบ Task Manager ของตัวเบราว์เซอร์เอง โดยการกด Shift + Esc บนคีย์บอร์ด เพื่อดูว่ามีส่วนขยายไหนใช้ทรัพยากรสูงเกินจริง แล้วทำการถอนการติดตั้งหรือปิดการทำงานเสีย
ตามค่าเริ่มต้น แม้คุณจะกดปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ไปแล้ว แต่ระบบอาจยังทำงานอยู่หลังบ้าน การเข้าไปตั้งค่าปิดคุณสมบัตินี้จะช่วยประหยัดทรัพยากรได้อย่างมาก โดยเข้าไปที่ Settings > System แล้วทำการปิดสวิตช์ในหัวข้อ "Continue running background apps when Google Chrome is closed"
หากคุณลองปรับแต่งตามขั้นตอนทั้งหมดนี้ จะพบว่าอาการ Google Chrome กินแรม ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คอมพิวเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้น และไม่ต้องหงุดหงิดกับอาการเครื่องค้างอีกต่อไป
คุณมีเทคนิคส่วนตัวในการจัดการเบราว์เซอร์ให้ลื่นไหลอย่างไรบ้าง? คอมเมนต์พูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์กับเราได้ที่ด้านล่างนี้เลย!









